Search

มาตรฐาน NPAE EP.4 : เรื่อง เงินลงทุน

สรุป NPAE : มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ EP. 4 เรื่อง “เงินลงทุน”

นิยามเงินลงทุน

เงินลงทุน หมายถึง ตราสารนี้และตราสารทุนที่กิจการมีไว้ เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของส่วนแบ่งที่จะได้รับ หรืออยู่ในรูปของราคาที่เพิ่มขึ้น หรือในรูปของประโยชน์ที่กิจการได้รับ

การจัดประเภทเงินลงทุน

1. เงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด หมายถึง หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาด (Set, Mai and Bex etc.) และมีการเปิดเผยราคาต่อสาธารณชน

1.1 หลักทรัพย์เพื่อค้า เงินลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่กิจการถือไว้เพื่อขายในอนาคตอันใกล้ หลักทรัพย์เพื่อค้าจึงมีอัตราการหมุนเวียนสูง

1.2 หลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า และไม่เป็นตราสารหนี้ที่ตั้งใจจะถือจนครบกำหนด

2. เงินลงทุนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด

การจัดประเภทเงินลงทุน (ต่อ)

เงินลงทุนในตราสารทุนต้องจัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรือหลักทรัพย์เผื่อขาย เว้นแต่ ว่าตราสารทุนนั้นจะเป็น

1. เงินลงทุนในบริษัทย่อย หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุนของกิจการซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ลงทุน (บริษัทใหญ่) ซึ่งบริษัทใหญ่มีอำนาจในการออกเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ถือว่ามี “อำนาจในการควบคุม”

2. เงินลงทุนในบริษัทร่วม หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุนของกิจการที่อยู่ภายใต้อิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญของผู้ลงทุน และไม่ถือเป็นบริษัทย่อยหรือส่วนได้เสียในการร่วมค้า ซึ่งผู้ลงทุนมีอำนาจในการออกเสียง อย่างน้อยร้อยละ 20 ถือว่า “มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ”

3. เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุนของกิจการ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมร่วมของผู้ร่วมค้า


การวัดมูลค่าเมื่อเริ่มแรก

กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนทุกประเภทเมื่อเริ่มแรกด้วยด้วย “ราคาทุน” ซึ่ง ราคาทุน = มูลค่ายุติธรรมของสิ่งตอบแทนที่ให้ไปเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินลงทุน + ค่าใช้จ่ายในการทำรายการ

ในส่วนของตราสารหนี้ ราคาทุนของ “ตราสารหนี้” เมื่อเริ่มแรกต้องไม่รวมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก่อนที่กิจการจะได้เงินลงทุนดังกล่าวมา เช่น ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก่อนที่กิจการจะได้หุ้นกู้ที่ระบุอัตราดอกเบี้ย ดอกเบี้ยดังกล่าวรวมอยู่ในราคาซื้อของหุ้นกู้ แต่ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนของเงินลงทุน


การวัดมูลค่าภายหลังการได้มา

เงินลงทุนในตราสารทุน

1. กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด ด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลารายงาน กิจการต้องรับรู้ “กำไร (ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้น”

- หลักทรัพย์เพื่อค้า : งบกำไรขาดทุน

- หลักทรัพย์เผื่อขาย : ส่วนของเจ้าของ

ราคาตามบัญชี - มูลค่ายุติธรรม ณ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลารายงาน = กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้น

2. กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือกิจการร่วมค้า

ราคาทุนเดิม - ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่า ณ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลารายงาน


การวัดมูลค่าภายหลังการได้มา (ต่อ)

เงินลงทุนในตราสารหนี้

1. กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดที่กิจการตั้งใจจะถือจนครบกำหนดและเงินลงทุนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดที่กิจการไม่ได้ตั้งใจถือจนครบกำหนด

ราคาทุนตัดจำหน่าย - ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่า ณ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลารายงาน

ราคาทุนตัดจำหน่าย = ราคาทุนของตราสารหนี้ที่ได้มาเมื่อเริ่มแรก – เงินต้นที่จ่ายคืน +/- ค่าตัดจำหน่ายสะสมของส่วนต่างระหว่างราคาทุนเริ่มแรกกับมูลค่าที่ตราไว้

2. กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้ที่เป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดที่กิจการไม่ได้ตั้งใจจะถือจนครบกำหนด ด้วยมูลค่ายุติธรรม และกิจการต้องรับรู้ “กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้น”

- หลักทรัพย์เพื่อค้า : งบกำไรขาดทุน

- หลักทรัพย์เผื่อขาย : ส่วนของเจ้าของ

ราคาทุนตัดจำหน่าย - มูลค่ายุติธรรม ณ วันสิ้นสุดงวดการรายงาน = กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้น


ค่าเผื่อการลดมูลค่าของเงินลงทุน

กรณีมีข้อบ่งชี้ว่าเงินลงทุนมีมูลค่าลดลงอย่างถาวร รับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของเงินลงทุนในงบกำไรขาดทุน

กรณีไม่มีข้อบ่งชี้อีกต่อไป กิจการสามารถบันทึกกลับรายการผลขาดทุนดังกล่าวได้

โดยมีเงื่อนไข คือ

- กิจการสามารถประมาณราคาขายได้อย่างน่าเชื่อถือ

- ราคาขาย - ต้นทุน < ราคาตามบัญชีของเงินลงทุน

การจำหน่ายเงินลงทุน

1. กิจการต้องบันทึกผลต่างระหว่าง 1) มูลค่ายุติธรรมของสิ่งตอบแทนสุทธิที่ได้รับ กับ 2) ราคาตามบัญชีของเงินลงทุน เป็น “กำไร (ขาดทุน)” ทันทีที่เกิดขึ้น

2. หากกิจการจำหน่ายเงินลงทุนเพียงบางส่วน ราคาตามบัญชีต่อหน่วยที่ใช้ในการคำนวณกำไร(ขาดทุน) จากการจำหน่ายเงินลงทุนชนิดเดียวกันต้องคำนวณโดยใช้วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักหรือวิธีเข้าก่อน-ออกก่อน


การโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน

ตามปกติ การโอนเปลี่ยนเงินลงทุนจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภท จะเกิดขึ้นไม่บ่อย เนื่องจากกิจการต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการถือเงินลงทุน

หลักทรัพย์เพื่อค้า เป็น เงินลงทุนประเภทอื่น

- ต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน ในการบันทึกบัญชี

- รับรู้ผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรม ณ วันนั้นในงบกำไรขาดทุนทันที

เงินลงทุนประเภทอื่น เป็น หลักทรัพย์เพื่อค้า

- ต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน ในการบันทึกบัญชี

- รับรู้ผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรม ณ วันนั้นในงบกำไรขาดทุนทันที

- กลับบัญชีทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนที่โอนเปลี่ยนในงบกำไรขาดทุนทันที


การโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน (ต่อ)

ตราสารหนี้ที่เป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย เป็น ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

- ต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน ในการบันทึกบัญชี

- ปรับปรุงส่วนเกิน (ส่วนต่ำ)กว่าทุน ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินลงทุนด้วยผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน

- ส่วนเกิน (ส่วนต่ำ)กว่าทุนแสดงแยกต่างหากในส่วนของเจ้าของ และต้องตัดจำหน่ายตลอดอายุที่เหลือของตราสารหนี้

ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด เป็น หลักทรัพย์เผื่อขาย

- ต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน ในการบันทึกบัญชี

- รับรู้ผลต่างระหว่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน เป็นรายการแยกต่างหากในส่วนของเจ้าของ



การโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน (ต่อ)

ตราสารหนี้ที่เป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย เป็น ตราสารทุนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือกิจการร่วมค้า

- ต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน ในการบันทึกบัญชี

- กลับบัญชีทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์เผื่อขาย

ตราสารทุนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือกิจการร่วมค้า เป็น ตราสารทุนที่เป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย

- ต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน ในการบันทึกบัญชี

- รับรู้ผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอนเป็นรายการแยกต่างหากในส่วนของเจ้าของ



การเปิดเผยข้อมูล

ตราสารหนี้ที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดและที่อยู่ในตลาดที่กิจการตั้งใจถือจนครบกำหนด เปิดเผย

- ราคาทุนตัดจำหน่าย

- จำนวนเงินตามสัญญา

- ระยะเวลาครบกำหนด

ตราสารหนี้ที่เป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดที่กิจการตั้งใจถือจนครบกำหนด เปิดเผย

- มูลค่ายุติธรรม

- ราคาทุนตัดจำหน่าย

- จำนวนเงินตามสัญญา

- กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้น

- ระยะเวลาครบกำหนด

ตราสารทุนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด เปิดเผย

- ราคาทุน

- ขาดทุนจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน

ตราสารทุนที่เป็นหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด เปิดเผย

- มูลค่ายุติธรรม

- ราคาทุน

- กำไร(ขาดทุน)ที่ยังไม่เกิดขึ้น

***และเปิดเผยข้อจำกัดในการขายเงินลงทุน เช่น นำไปใช้เป็นหลักประกัน


หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี

ฝากกด Like & Share & Subscribe ด้วยนะคะ

Facebook : GungGinkk School กุ๋งกิ๋ง สคูล

Youtube : GungGinkk School

Line : @arichaudit

www.arichaudit.com



5,824 views0 comments