Search

มาตรฐานบัญชี EP.7 : TFRS 3 ฉบับที่ 3 เรื่อง การรวมธุรกิจ



ขอบเขตของ TFRS 3

การรวมธุรกิจ” (Business Combination) ต้องมี 3 องค์ประกอบ ดังนี้

1.ปัจจัยนำเข้า (Input)

2.กระบวนการ (Process)

3.ผลผลิต (Output)

ถ้าไม่มี Process ถือว่าเป็น “การซื้อสินทรัพย์” ไม่สามารถนำ TFRS 3 มาใช้ได้

ตัวอย่าง

1.ซื้อโรงงานพร้อมคนงาน เท่ากับ ได้พนักงานมา “Process” ถือเป็น “การรวมธุรกิจ” ใช้ TFRS 3

2.ซื้อเฉพาะโรงงาน ไม่มีพนักงานมาด้วย ถือว่าเป็น “การซื้อสินทรัพย์ทั่วไป” ห้ามใช้ TFRS 3


ขั้นตอนในการระบุการรวมธุรกิจ

การถือปฏิบัติที่นักบัญชีต้องรู้ ในขั้นตอนการรวมธุรกิจ คือ

1. ระบุผู้ซื้อ

2. กำหนดวันที่ซื้อ

3. รับรู้และวัดมูลค่าของสินทรัพย์ที่ระบุได้ที่ได้มา หนี้สินที่รับมาและส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมให้ผู้ถูกซื้อ

4. รับรู้และวัดมูลค่าของค่าความนิยม หรือ กำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม

ขั้นตอนในการระบุการรวมธุรกิจ

1. ระบุ “ผู้ซื้อ”

ผู้ซื้อ คือ กิจการที่ได้อำนาจการควบคุมผู้ถูกซื้อ ตามนิยาม TFRS 10 และเป็นผู้จัดทำงบการเงินรวม

การควบคุม (อ้างอิง TFRS 10)

ผู้ลงทุนควบคุมผู้ได้รับการลงทุน ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขทุกข้อดังนี้

1.มีอำนาจเหนือผู้ได้รับการลงทุน

2.ฐานะเปิดต่อหรือมีสิทธิในผลตอบแทนที่ผันแปรจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับการลงทุน

3.การมีความสามารถในการใช้อำนาจเหนือผู้ได้รับการลงทุน เพื่อให้ได้จำนวนผลตอบแทนของผู้ลงทุน

ขั้นตอนในการระบุการรวมธุรกิจ

2. กำหนด “วันที่ซื้อ”

ต้องเป็นวันที่ผู้ซื้อได้อำนาจควบคุมในผู้ถูกซื้อ โดยทั่วไปคือ วันที่โอนสิ่งตอบแทนและได้รับสินทรัพย์ หนี้สินจากผู้ซื้อตามกฎหมาย

ซึ่งถือเป็นวันสิ้นสุดรายการ และเริ่มจัดทำงบการเงินรวม

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้ออาจได้มีการควบคุมก่อนหรือหลังวันที่สิ้นสุดรายการซื้อขาย หากเงื่อนไขในสัญญากำหนดวันที่ผู้ซื้อได้มีการควบคุมเป็นวันอื่น ดังนั้น นักบัญชีจึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงด้วย

ขั้นตอนในการระบุการรวมธุรกิจ

3. รับรู้และวัดมูลค่าของสินทรัพย์ที่ระบุได้ที่ได้มา หนี้สินที่รับมาและส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมให้ผู้ถูกซื้อ

สินทรัพย์และหนี้สิน

ผู้ซื้อต้องวัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ซื้อ

ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมให้ผู้ถูกซื้อ วัดมูลค่าได้ 2 วิธี คือ

1. มูลค่ายุติธรรม

2. มูลค่าของสินทรัพย์สุทธิที่ระบุได้ของผู้ถูกซื้อที่ผู้ซื้อรับรู้

ตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของในปัจจุบัน

ตัวอย่างการวัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ซื้อ

มูลค่า มูลค่า ผลต่าง มูลค่า

ตามบัญชี ยุติธรรม ยุติธรรมหลัง DTL

เงินสด 100 100 - 100

ที่ดิน 200 400 200 400

รวมสินทรัพย์ 300 500 200 400

เจ้าหนี้ (100) (100) - (100)

ประมาณการหนี้สิน - (100) (100) (100)

หนี้สินภาษีเงินได้รอ

การตัดบัญชี(DTL) - - - (20)

รวมหนี้สิน (100) (200) (100) (220)

สินทรัพย์สุทธิ 200 300 100 280

ข้อมูลเพิ่มเติม ณ วันที่ซื้อ

1. ตีราคาที่ดินตามราคาตลาด เป็น 400บาท

2. รับรู้หนี้สินจากคดีความในศาล ถ้าแพ้คดีต้องจ่าย 100 บาท


ขั้นตอนในการระบุการรวมธุรกิจ

4. รับรู้และวัดมูลค่าของ “ค่าความนิยม” หรือ “กำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม”

สิ่งตอบแทนที่โอนให้ <<< มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิ

ซื้อถูก เกิด “กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ” บันทึกรายได้ในงบกำไรขาดทุน

สิ่งตอบแทนที่โอนให้ >>> มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิ

ซื้อแพง เกิด “ค่าความนิยม” บันทึกในงบแสดงฐานะการเงินและทดสอบการด้อยค่าทุกปีหรือมีข้อบ่งชี้

ตัวอย่างรับรู้และวัดมูลค่าของ “ค่าความนิยม” ณ วันที่ซื้อ

มูลค่ายุติธรรมหลัง TDL

เงินสด 100

ที่ดิน 400

รวมสินทรัพย์ 500

เจ้าหนี้ (100)

ประมาณการหนี้สิน (100)

หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (20)

รวมหนี้สิน (220)

สินทรัพย์สุทธิ 280

ข้อมูลเพิ่มเติม : ณ วันที่ซื้อ ผู้ซื้อได้จ่ายเงินสด 300 บาท เพื่อซื้อกิจการแห่งนี้ 100%

สิ่งตอบแทนที่โอนให้ เงินสด 300 บาท >>มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิเท่ากับ 280 บาท= เกิดค่าความนิยม 20 บาท


ตัวอย่างการทำงบการเงินรวม

1 + 2 + 3 = 4

งบการเงิน งบการเงิน Eliminate งบการเงินรวม

ผู้ซื้อ ผู้ถูกซื้อ Dr/(Cr)


เงินสด 200 100 - 300

เงินลงทุนในบริษัทย่อย 300 - (300) -

ที่ดิน 400 200 200 800

ค่าความนิยม - - 20 20

รวมสินทรัพย์ 900 300 (80) 1,120

เจ้าหนี้ (200) (100) - (300)

ประมาณการหนี้สิน (200) - (100) (300)

DTL - - (20) (20)

รวมหนี้สิน (400) (100 ) (120) (620)

ส่วนของเจ้าของ (500) (200) 200 (500)

รวมหน้าสินและส่วนของเจ้าของ (900) (300) 80 (1,120)

คำอธิบายรายการปรับ Eliminate ขอยกไปอธิบายในตอนต่อไปนะคะ

อย่าลืมกด Like&Share&Subscribe ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


5,129 views1 comment